ศิลปะการแก้ปัญหาเรื่องกินของลูก (ตอนที่3)

ศิลปะการแก้ปัญหาเรื่องกินของลูก (ตอนที่3)

อย่าชมจนเกินเหตุเมื่อเด็กยอมกิน
และอย่าโกรธเมื่อไม่ยอมกิน…

เด็กส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องการกินในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของวัยเด็ก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรบังคับให้เด็กกิน ให้รางวัล ติดสินบน หรือลงโทษเด็ก เพราะไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีเลย
รังแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกเพราะความกดดันที่เกิดขึ้นจะเป็นเหตุให้เรื่องการกินและช่วงเวลาอาหารของเด็ก กลายเป็นทั้งทุกข์ของพ่อแม่และทุกข์ของเด็กไป
เวลาอาหารควรเป็นเวลาที่ผ่อนคลายเพื่อการกินอย่างมีความสุขอย่าเสียเวลาเสียพลังงานไปกับการพยายามบังคับให้เด็กกินเพราะหากช่วงเวลาอาหารเต็มไปด้วยความวิตกกังวลแล้ว จะทำให้เด็กกินได้น้อยลงไปอีก
ดังนั้น บรรยากาศในการกินอาหารควรให้เป็นบรรยากาศสบายๆ พูดคุยถึงเรื่องอื่นมากกว่าจะพูดเรื่องอาหารหรือจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร
แม้ว่าเด็กกินได้น้อยก็ไม่ควรแสดงท่าทีโกรธ และหากเด็กกินได้ดีก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำชมเชยจนเกินเหตุ บางครั้งการให้เด็กได้กินอาหารร่วมกับเด็กอื่นหรือชวนเด็กที่กินอาหารได้เก่งมาร่วมโต๊ะอาหาร
ก็นับเป็นวิธีที่จะช่วยกระตุ้นลูกที่ไม่ชอบกิน ให้มาสนใจอาหารมากขึ้นได้บ้าง

หลักการให้อาหารว่างหรือขนมหวานกับเด็ก…

ให้เด็กกินมันฝรั่งทอดกรอบขนมปังกรอบและลูกกวาดให้น้อยที่สุดและพยายามให้อาหารว่างประเภทขนมหวานในระหว่างมื้ออาหารน้อยลง
แต่อย่างไรก็ตามหากคุณสามารถทำอาหารว่างนั้นให้เป็นอาหารที่มีคุณค่าก็อาจจะให้อาหารว่างนั้นหลายๆ มื้อ โดยให้มื้อละน้อยๆ
เพราะอาจจะเหมาะสมกับเด็กมากกว่าให้เป็นอาหารมื้อใหญ่แต่ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าอาหารนั้นมีคุณค่าจริง

ชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอ

เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กเติบโตเป็นปกติควรชั่งน้ำหนักเด็กอย่างสม่ำเสมอในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่วิตกกังวลมากอาจจะใช้วิธีการบันทึกประจำวันว่าเด็กกินอะไรบ้าง
บันทึกไว้หลายๆ วัน แล้วนำมาทบทวนดูคุณอาจพบว่าความจริงแล้วเด็กกินได้มากกว่าที่พ่อแม่คิดและอาจทำให้คุณเห็นปัญหาที่ทำให้ลูกกินน้อยได้อย่างชัดเจนว่า
เป็นเพราะลูกกินขนมหวานหรือดื่มน้ำมากไปก็ได้ซึ่งก็ควรจะปรับรายการอาหารให้เหมาะสมต่อไป