ศิลปะการแก้ปัญหาเรื่องกินของลูก (ตอนที่4)

ศิลปะการแก้ปัญหาเรื่องกินของลูก (ตอนที่4)

การสร้างความสนุกในการกิน

การทำอาหารให้ดูแปลกตา น่าสนุก จะช่วยให้เด็กกินอาหารได้มากและเพลิดเพลินกับการกิน นอกจากความสนุกแล้วพ่อแม่ยังอาจทำให้เด็กได้รับความรู้รับการปลูกฝังนิสัยการกิน
รวมทั้ง ฝึกให้เด็กรู้จักช่วยงานได้ด้วย เช่น ให้เด็กมีส่วนร่วมในการเตรียมอาหาร อาจจะช่วยล้างผัก ผลไม้ ตีไข่ นวดแป้ง ปั้นแป้ง เป็นรูปต่างๆ หรือเตรียมโต๊ะอาหารก็ได้
ตกแต่งอาหารเป็นรูปตุ๊กตาหรือสัตว์ โดยใช้ชิ้นส่วนของผัก ผลไม้ เช่น มะเขือเทศ แตงกวา หัวแครอท ถั่ว ฯลฯ  ทำเป็นรูป ตา ปาก จมูกของตุ๊กตาใช้กะหล่ำปลีฝอยเป็นผม
หรือทำไข่ตุ๋น ให้เป็นรูปสัตว์โดยเทไข่ลงไปในแบบพิมพ์วุ้นหรือเยลลี่ เป็นต้น

เด็กโตก็มีปัญหาการกินได้

เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ปัญหาการกินยาก กินน้อยจะลดลง แต่ไม่ใช่ว่าเด็กโตจะไม่มีปัญหาเรื่องการกิน เพียงแต่ปัญหาจะแตกต่างไปจากเด็กเล็ก ปัญหาของเด็กโตจะเกี่ยวกับวิธีคิดหรือการตัดสินใจในการเลือกรับประทานอาหาร เนื่องจากเด็กวัยนี้เขาสามารถพกเงินและซื้ออาหารทานเองได้แล้ว เด็กๆ อาจจะซื้อของกินตามโฆษณาชวนเชื่อที่มีอยู่ดาษดื่นมากมาย หรือซื้อขนมที่ไร้คุณค่าบางประเภทเพียงเพราะอยากได้ของแถม
คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยเป็นผู้ให้คำแนะนำ ปรึกษา และชี้ให้ลูกเห็นถึงโทษของอาหารที่ไร้คุณค่าโดยไม่บังคับเคี่ยวเข็ญลูกจนเกินไปนัก ควรประนีประนอมให้ลูกได้กินอาหารที่ชอบ แต่ต้องแน่ใจว่าเด็กจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

พ่อแม่..แบบอย่างการกินของลูก

นิสัยการกินของเด็กสามารถได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็กดังนั้นพ่อแม่จึงมีความสำคัญมาก ในระหว่างมื้ออาหารจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด
ที่คุณพ่อคุณแม่จะแสดงตนเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการกินเช่นเรื่องอาหารที่ดีมีประโยชน์ (อาหารสุขภาพ) ไม่กินอาหารที่ไร้ประโยชน์ให้เด็กเห็น พ่อแม่กินอย่างไร เด็กมักจะกินตามเสมอ

พบหมอให้สบายใจ หาก..

ความจริงปัญหาการกินของเด็กเป็นปรากฏการณ์ธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เสมอแต่หากพ่อแม่รู้สึกว่า การกินของเด็กเป็นปัญหาจริงๆ มากกว่าจะเป็นปัญหาชั่วขณะหนึ่ง แล้วทำให้พ่อแม่กังวลมาก
ก็ควรจะปรึกษากุมารแพทย์หรือนักโภชนาการ เพราะมิฉะนั้น ความกังวลเกี่ยวกับการไม่กินของลูก อาจทำให้พ่อแม่ผ่ายผอมเพราะวิตกกังวลสูงจนกินไม่ลงตามไปด้วยได้